การรักษาทางอายุรกรรม

ระบบทางเดินหายใจ

breathingทำไมปัญหาระบบทางเดินหายใจถึงสำคัญ?

ถ้าเราซื้อม้ามาเพื่อเป็นม้าที่ใช้ในการกีฬา แน่นอนว่านักกีฬาต้องมี่การใช้ออกซิเจนในการออกกำลังอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าม้าที่เราไปเลือกไว้ที่ฟาร์มมีปัญหาทางด้านนี้เสียแล้ว ต่อให้สายเลือดดีแค่ไหน ก็ไม่มีทางเป็นนักกีฬาหรือวิ่งได้ดีสมสายเลือด

ปัญหาระบบทางเดินหายใจถือเป็นปัญหาใหญ่ที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากอาการกล้ามเนื้อและโครงสร้าง ดังนั้นถ้าเราไม่คุ้นเคยกับการตรวจระบบทางเดินหายใจก่อนซื้อม้า ก็พิจารณาด่วนได้เกินไปแล้ว เพราะม้าจำนวนมากที่วิ่งได้ไม่สมใจเรา อาจจะมีปัญหาที่เรามองข้ามนี้อยู่มากก็เป็นได้

ระบบทางเดินหายใจประกอบด้วยอะไรบ้าง

เราแบ่งทางเดินหายใจเป็น 2 ส่วน

1. ส่วนบน (Upper respiratory tract) คือโพรงจมูก ไซนัส กล่องเสียง และหลอดลม

2. ส่วนล่าง (Lower respiratory tract) คือ ปอด และช่องอก

ม้าเป็นสัตว์ที่ต้องการออกซิเจนมากในการวิ่งหนีเอาตัวรอดจากศัตรูธรรมชาติ และเวลาเป็นม้าแข่ง ยิ่งน่าทึ่งมากที่ม้าสามารถขับเคลื่อนออกซิเจนปริมาณมากในเวลาสั้นผ่านช่องแคบระยะทางไกลกว่าสัตว์ประเภทอื่นใด (อากาศจากโพรงจมูกประมาณ 18 ลิตร เคลื่อนที่เป็นระยะทาง 1.5 เมตร ภายในเวลา 0.25 วินาที) ลองคิดดู..... การขับเคลื่อนอากาศขนาดนี้ในเวลาอันสั้น จะส่งผลให้เกิดความดันสูงมาก เทียบเท่าเครื่องบิน F-16

ดังนั้นถ้ามีอะไรผิดปกติ ตีบแคบ หรืออุดตันในเส้นทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นที่ส่วนบน หรือส่วนล่าง ล้วนมีผลต่อฝีเท้าของม้าอย่างมหาศาล

และถ้าดูอัตราการใช้ออกซิเจนของม้าเมื่อเทียบกับนักกีฬาอื่น เราจะเห็นชัดถึงความสำคัญของการส่งผ่านอากาศสู่ปอด และการทำงานของเนื้อเยื่อปอดว่าสำคัญขนาดไหน

 

แล้วอะไรบ้างที่เราควรจะดูก่อนเลือกซื้อม้า?

การตรวจระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

    medicine7
  • ดูประวัติการเกิดอาการทางปอดตั้งแต่ลูกม้า เพราะการอักเสบที่เรื้อรังหรือรุนแรงจะทำให้เนื้อเยื่อปอดเสียหายมีพังผืด อาจมีผลถึงตอนโตขึ้น อย่าลืมว่าเนื้อเยื่อปอดต้องสมบูรณ์จึงจะเป็นนักกีฬาที่ดีได้
  • การดูประวัติ ควรรวมถึงซักประวัติของลูกม้าตัวอื่นๆ ด้วย เนื่องจากโรคติดเชื้อหลายๆชนิด มีวนเวียนอยู่ในคอกม้าที่แออัด สิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคอกที่ไม่ดี บางทีอาจจะเป็นคอกที่ขายดีผลิตลูกม้ามากเพราะตลาดต้องการ จนเกิดความแออัดได้
  • ดูสภาพแวดล้อม ในเมืองไทยการเลี้ยงม้าในคอกมักมีปัญหาของความสกปรกและกลิ่นแอมโมเนีย สารเหล่านี้ระคายเคืองทางเดินหายใจทุกส่วน โดยเฉพาะปอด ลูกม้าใช้เวลากว่า 75% นอนอยู่กับพื้นคอก แอมโมเนียเป็นสารหนัก จะลอยต่ำที่พื้นคอกทำให้ลูกม้าได้สูดดมตลอดเวลาที่มีการพัฒนาเนื้อเยื่อปอดดังนั้นถ้า
    เราเข้าไปใกล้คอกแล้วได้กลิ่นแอมโมเนีย ให้ลองนึกถึงลูกม้าที่นอนหายใจรับกลิ่นนี้ตลอดเวลาสิ
    endoscope01
  • ควรให้สัตวแพทย์ตรวจฟังการทำงานของเนื้อเยื่อปอด เพราะสิ่งนี้จะบอกได้ถึงการมีการอักเสบ หรือหนาตัวตีบแคบของหลอดลม หรือมีน้ำในช่องอกได้
  • ม้าที่มีอายุมากขึ้น หรือม้าที่มีการระคายเคืองจากสภาพแวดล้อมตลอดเวลา อาจเกิดภูมิแพ้ 2 ประเภท คือเกิด IAD (Inflammatory airway disease) หรือ COPD (Chronic obstructive pulmonary disease) ทั้ง 2 อย่างนี้เป็นภูมิแพ้ที่เกิดจากสภาพแวดดล้อม และมีอาการใกล้เคียงกับคนที่เป็นภูมิแพ้ หนักหน่อยก็ถึงขั้นหอบหืด ทั้ง 2  อย่างนี้ม้ามักมีอาการไอเป็นหลัก และควรให้สัตวแพทย์ตรวจพร้อมส่องกล้อง

ตัวอย่างปัญหาสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อปอดและทางเดินหายใจ

  • ความแออัด
  • การเลี้ยงม้าแม่-ลูก ในฟาร์มที่มีม้าแข่งด้วย เพราะม้าแข่งสามารถนำไวรัสจากสนามกลับมามอบเป็นของขวัญให้แม่ม้า และลูกม้าซึ่งอ่อนแอกว่าได้โดยง่าย
  • กลิ่นแอมโมเนีย จากสิ่งปูรองคอกที่สกปรก พื้นคอกที่มีแต่ขี้ม้า ใช้กกที่สะบัดขี้ม้าออกแล้วไปตากแดดแล้วนำกลับมาใส่คอกอีก สิ่งเหล่านี้จะทำให้กลิ่นแอมโมเนียอยู่คุ่คอกม้าตลอดกาล
  • การระบายอากาศที่ไม่ดี ใช้พัดลมเพดาน เป๋าจากบนลงล่างก็จะทำให้แอมโมเนียที่เป็นก๊าซหนัก อบอวลอยู่แต่บริเวณพื้นคอกไม่ถ่ายเทไปไหน
  • ฝุ่นละออง รวมถึงการเผาฟางไล่ยุง เป็นสาเหตุของภูมิแพ้ที่เรื้อรังได้
  • ขี้ม้าทั้งในแปลงและคอกม้า มีเชื้อบางชนิดที่มีผลต่อลูกม้า เช่นเชื้อ Rhodococcus ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝีกระจายทั่วปอดได้โดยง่ายในลูกม้าอายุ 1-4 เดือน

management14   management17 wrong14

การตรวจระบบทางเดินหายใจส่วนบน

            การตรวจระบบทางเดินหายใจส่วนบน ถือเป็นขั้นตอนจำเป็นสำหรับการซื้อขายม้าในต่างประเทศในปัจจุบัน เพราะปัญหาในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ถ้าพบในลูกม้าก็มักจะมีผลต่อการวิ่งเมื่อม้าโตขึ้น เพราะว่าโรคในระบบนี้จะรุนแรงขึ้นตามอายุของม้า บางอย่างอาจเป็นโรคทางพันธุกรรม ดังนั้นดุช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ แต่จะดูลูกม้าให้แน่ๆ ต้องส่องกล้องดู

เราอาจพบอะไรได้บ้าง

ethmoid01

1.Ethmoid hematoma หรือเนื้องอกประเภทต่างๆ ในโพรงจมูกสิ่งนี้สามารถรักษาทางยาได้ ขึ้นกับความรุนแรงที่เป็น หากรักษาโดยการผ่าตัดในกรณีเป็นก้อนเนื้อที่เข้าไปถึงโพรงไซนัส

 

2.Lymphoid hyperplasia ถ้าเทียบกับโรคในคน โรคนี้ก็เปรียบเหมือนกับโรคทอนซิลอักเสบ มักพบบ่อยในม้ารุ่นอายุ 2-3 ปี และจะหายไปเองเมื่อภูมิต้านทานของร่างกายม้าสมบูรณ์ขึ้น แต่บรรยากาศที่ระคายเคืองหรือมีความแออัดจะทำให้ม้ามีอาการไอเรื้อรังได้ ดังนั้นการป้องกันต้องทำให้ภูมิต้านทานของม้าดี และจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

3.ปัญหาเพดานอ่อนผิดตำแหน่ง (Dorsal displacement of the soft palate; DDSP) ในภาวะปกติเพดานอ่อน (Soft palate) จะอยู่ใต้ฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis) แต่ในกรณีที่DDSPเป็น DDSP เพดานอ่อนจะขึ้นมาอยู่ผิดตำแหน่งโดยขึ้นมาอยู่ด้านบนทับฝาปิดกล่องเสียง

      สิ่งนี้สร้างปัญหาให้กับการหายใจของม้า เพราะเมื่อม้าหายใจฝาปิดกล่องเสียงที่โดนกดไปอยู่ด้านล่างจะพยายามกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิม โดยพยายามดันขึ้นด้านบน ทำให้เพดานอ่อนให้นูนขึ้น ทำให้ช่องที่อากาศตีบแคบลง และอากาศจะผ่านได้เพียง 10-50% จากปกติเท่านั้น ม้าที่มีปัญหานี้จะพบว่าม้าพยายามกลืน หรือเล่นลิ้นเมื่อมีอาการ ขณะแข่งขันคนขี่ม้าจะรู้สึกได้ว่าม้าพยายามหายใจแต่ระยะเวลานั้นความเร็วก็จะตกลงและลงไปอยู่อันดับท้ายของการแข่งขันได้ คนมักพูดกันว่าม้าวิ่งมาดีแล้วอยู่ๆ ก็หมดแรงไปเฉยๆ ม้าที่มีปัญหานี้จะหายใจออกเสียงดังกว่าปกติ แต่บางตัวอาจจะไม่หายใจเสียงดังก็ได้

      วิธีแก้ไขอาการนี้จำเป็นต้องมีการผ่าตัด และมีการผ่าตัดหลายวิธี เทคนิคการผ่าตัดล่าสุด ได้แก่การผ่าตัดชนิด Tie forward เป็นการดึงกล่องเสียงให้เคลื่อนมาข้างหน้า เป็นวิธีที่มีผลสำเร็จมากถึง 80-90% ในขณะที่วิธีผ่าตัดแบบเดิมๆให้ผลสำเร็จอยู่ที่ 60-65% เท่านั้น

Epiglottic entrapment


4.Epiglottic entrapment
เป็นอาการที่ฝาปิดกล่องเสียงติดอยู่ภายในเพดานอ่อน ผลที่เกิดขึ้นจะคล้ายกับ DDSP แต่ไม่รุนแรงเท่า บางครั้งอาจไม่ส่งผลต่อการวิ่ง แต่ในกรณีที่เป็นเรื้อรังมักจะทำให้เกิดแผลหลุมและปัญหาอื่นๆตามมาได้ การแก้ไขทำได้โดยการส่องกล้องและแก้ไขด้วยการผ่าตัดท่ายืน


5.Arytenoid celebrity sextapes
black milf
celebrity sex videos
animated porn
naked celebrities
celebrity porn movies
nude celebrities
Mature Porn
hentai sex
chondritis (กล่องเสียงอักเสบ)
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามอยู่บ่อยๆ ถ้าตรวจพบต้องรักษาทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาไปเป็นแบบเรื้อรัง เพราะถ้ากลอ่งเสียงอักเสบแบบเรื้อรังแล้ว จะไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยาอีก จะต้องผ่าตัดเพื่อแก้ไขเท่านั้น

LLH - grade36.Left Laryngeal hemiplegia (Roarer)โรคนี้อาจเรียกเป็นภาษาไทยว่า กล่องเสียงเป็นอัมพาต ปัญหานี้เป็นปัญหาที่วงการม้าแข่งรู้จักดี และมักเรียกทับศัพท์ว่า ?โรเรอร์? ซึ่งมีความหมายคืออาการหายใจเสียงดัง ดังราวกับการคำราม Roarer เป้นปัญหาสำคัญที่เกิดกับม้าแข่งพันธุ์ Thoroughbred เป็นจำนวนมาก จนปัจจุบันการซื้อขายม้าแข่งทั่วโลกนั้นจะให้สัตวแพทย์ส่องกล้องและให้เกรดระดับของ Roarer เสมอ เพราะโรคนี้จะพบว่ากล่องเสียงทางด้านซ้ายของม้าจะห้อยลงมาและไม่ขยับ ซึ่งปกติแล้วเมื่อม้ามีการวิ่งออกกำลังกล่องเสียงต้องอ้ากว้างสุดเพื่อให้อากาศจำนวนมากผ่านเข้าออก แต่เมื่อเป็น Roarer กล่องเสียงที่ห้อยลงมานั้นจะไม่สามารถอ้ากว้างได้ และปิดทางผ่านของอากาศไปถึง 50%

      ม้าที่มีปัญหานี้มักจะมีการหายใจเสียงดัง เหนื่อยง่าย เวลาออกกำลังกายมากๆ เหมือนจะขาดใจ ถ้าไปวิ่งแข่งม้าอาจพุ่งออกจากซองได้แค่ผ่านโค้งแรก แต่หลังจากนั้นจะเริ่มไหลลงไปอยู่ท้ายแถว บางตัวแทบจะเดินเข้าป้ายก็มี

      วิธีแก้ไขอาการนี้มีเพียงวิธีเดียวคือการผ่าตัด การผ่าตัดแก้ไขจะทำโดยการฝังเส้นเอ็นเพื่อดึงกล่องเสียงข้างที่เป็นอัมพาตให้อ้าออกถาวร แต่ม้าทุกตัวที่ได้รับการผ่าตัดให้กล่องเสียงถ่างออกนี้ กล่องเสียงจะเริ่มห้อยลงในระดับหนึ่งภายใน 7 วันหลังผ่าตัด ดังนั้นระดับการหายใจมีเสียงจะยังคงมีเสียงอยู่เป็นส่วนใหญ่ และการผ่าตัดแก้ไขนี้มีผลสำเร็จเพียง 60-65% หลังจากการผ่าตัดแล้วม้าจะอาการดีขึ้นพอแข่งได้อยู่แต่ไม่เกิน 3 ปี ก็จะกลับมาเป็นอีก

 

            ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาทางเดินหายใจโดยสังเขป และเป็นสิ่งที่เจ้าของม้าควรทำความรู้จัก เพราะแม้ว่าหลายๆ อย่างอาจแก้ไขได้ก็จริง แต่ใครเลยจะอยากซื้อม้าที่มีปัญหาแล้วมาแก้ไข ส่วนผู้ที่มีม้าและสงสัยว่าม้าของตนจะมีปัญหาระบบทางเดินหายใจนี้หรือไม่ ควรให้สัตวแพทย์มาตรวจวินิจฉัย เพราะการรู้โดยแน่ชัดว่าม้าเป็นอะไร จะทำให้เราสามารถรักษาหรือแก้ไขได้อย่างถูกทาง แทนที่จะเดาและรักษากันเองอย่างผิดๆ

 วีดีโอเพิ่มเติม >>>