หลักการให้อาหารม้า และปัญหาจากการให้อาหารม้าไม่ถูกต้อง

management11อาหารตามธรรมชาติ

ม้าเป็นสัตว์กินพืชกระเพาะเดี่ยว หญ้า และลำต้นพืชชนิดต่างๆ เป็นอาหารหยาบ ที่เป็นพลังงานทั้งแก่ตัวม้า และเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์เป็นเพื่อนที่ทำหน้าที่ช่วยหมัก และย่อยสลายอาหารหยาบที่ม้าย่อยไม่ได้ อาหารหยาบมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของจุลินทรีย์ และการเคลื่อนไหวบีบตัวของลำไส้ รวมถึงการควบคุมไม่ให้ เกิดภาวะความเป็นกรดสูงในกระเพาะ และสำไส้ สิ่งใดๆ ที่ทำให้ระบบเสียสมดุลย์ จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงแก่ม้า

ม้าต้องการอาหารหยาบตลอดเวลา

หนึ่งในบรรดาปัญหาที่เราสร้างให้แก่ม้า คือจากการให้อาหารหยาบไม่พอ มีคนชอบถามว่า ?ถ้าม้ากินหญ้าตามธรรมชาติ ก็ปล่อยม้าให้กินหญ้าในสนามหญ้าหน้าบ้านไม่พอหรือ??

ประการแรก ม้าไม่ใช่เครื่องตัดหญ้า

ประการที่สอง เราคิดว่าปริมาณหญ้าที่เรามีในสนามนั้นเพียงพอหรือ?...ไม่มีทาง!

  • ม้าใหญ่ (400-500kg) ต้องการหญ้าสด ประมาณ 40-50kg ต่อวัน หรือหญ้าแห้ง/ฟาง ประมาณ 12-15kg ต่อวัน
  • ม้าเล็ก (200-250kg) ต้องการหญ้าสดประมาณ 20-25kg ต่อวัน หรือหญ้าแห้ง/ฟาง ประมาณ 6-8kg ต่อวัน

อาหารหยาบอื่นๆ ที่ให้ได้ คือ หญ้าแห้ง ฟาง ต้นข้าวโพด ต้นกล้วย หญ้าสับเป็นต้น

 

แต่ม้ากินหญ้าอย่างเดียวไม่ได้

เพราะลำพังหญ้าหรือฟางจะขาดพลังงาน สารอาหาร แร่ธาตุที่เพียงพอต่อการดำรงชีพในแบบที่มนุษย์ต้องการ การใช้งาน การตั้งท้อง หรือให้นมลูกหลายๆ ตัว ทำให้เราต้องให้อาหารข้นด้วย นอกจากนี้แล้วอาหารหยาบต่างๆ ในประเทศไทยยังมีสารอาหารที่กีดกันการดูดซึมของแร่ธาตุ ที่สำคัญเช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัส อีกด้วย ดังนั้นเราจึงต้องเสริมส่วนเหล่านี้ในอาหารข้นเป็นประจำ

 11

ให้อาหารข้นเท่าไร วันละกี่มื้อ?

ธรรมชาติสร้างให้ม้ามีกระเพาะเล็ก เพราะต้องกินไปแล้วคอยระวังภัยศัตรู ถ้า ม้ากินมื้อละมากๆ แล้วนอนพักเป็นงูเหลือม ม้าก็คงถูกกินสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว ม้าจึงต้องกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ ดีที่สุด คือแบ่งให้อาหารข้นวันละ 3-4 มื้อต่อวัน ม้าใหญ่ให้ได้ไม่เกิน 2kg ต่อมื้อ ม้าเล็กไม่เกิน 1kg ต่อมื้อ

การให้อาหารข้นม้ามากๆ วันละเพียง 1-2 มื้อ จะสร้างปัญหาทางสุขภาพอย่างมากต่อม้า


ความสำคัญของเกลือแร่

เกลือแร่จำเป็นยิ่งยวดในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย เพราะร่างกายม้าดึงน้ำไว้ได้ด้วยระดับเกลือแร่ที่คงที่ในกระแสเลือด การสูญเสียเกลือแร่โดยไม่มีการทดแทนเป็นสาเหตุของอาการหอบ กล้ามเนื้อตึง การล้มขาดใจเมื่อใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้นมากๆ และการเสียดท้องชนิดอุดตัน เป็นต้น ม้าต้องการเกลือแร่ในอาหาร 60-180 กรัมต่อวัน

รู้ได้อย่างไรว่าม้าเราขาดเกลือแร่? เกิน 80% free porn
naked celebrities
milf video
toon porn
naked celebrities
celeb sex video
gay hentai
celeb sex tapes
celebrity sextapes
ของม้าที่เลี้ยงในเมืองไทยมีปัญหาของการขาดเกลือแร่แน่นอน เพราะอากาศร้อนชื้นของเราทำให้ความต้องการเกลือแร่เพิ่มขึ้นทวีคูณ แต่กลับมีการเสริมเกลือแร่อย่างถูกต้องน้อยมาก

เกลือแร่ที่ควรให้ม้าเป็นอย่างไร? เกลือแร่ที่ดีต้องมีสูตรที่ตรงกับองค์ประกอบของเหงื่อและน้ำในร่างกายม้าจึงจะนำไปใช้ และทดแทนที่สูญเสียได้ทุกวัน การให้เกลือแร่จึงต้องให้ ตามสูตรที่จัดให้ม้าโดยเฉพาะ เกลือก้อนของวัว และเกลือแร่ ของสัตว์ประเภทอื่นเป็นการเสียเงินซื้อของที่ไม่มีประโยชน์สำหรับม้าเลย!

12

ให้เกลือแร่อย่างไร?
  • ควรให้เกลือแร่ผสมอาหารทุกมื้อ ทุกวัน
  • ถ้าใช้งานหนักต้องเพิ่มปริมาณที่ให้
  • ให้โดยป้อนเข้าปากหรือผ่านท่อสอดจมูกก่อนการเดินทางหรือการแข่งขัน
  • ใช้สูตรที่สร้างสำหรับม้าโดยเฉพาะ

13แร่ธาตุก็มีความสำคัญ!!

ธัญพืช วัตถุดิบ อาหารสัตว์ และหญ้าในประเทศไทยมีปริมาณแร่ธาตุไม่เพียงพอ แถมหญ้าในประเทศไทยยังมีสารป้องกันการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดเสียอีก เราจึงต้องเสริมแร่ธาตุเสมอ แคลเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นยิ่งยวด แร่ธาตุอื่นๆ ก็จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกม้า รวมถึงแม่ม้าที่ตั้งท้องและให้นม โดยเฉพาะธาตุทองแดง เวลาเสริมแร่ธาตุและแคลเซี่ยมให้ใช้ปริมาณผสมตามการคำนวณของสัตวแพทย์

 

แคลเซี่ยมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญมาก!

ในประเทศไทยพบปัญหาขาดแคลเซี่ยมเป็นประจำ โดยเจ้าของไม่รู้เรื่อง แล้วอะไรบ้างเป็นอาการของการขาดแคลเซี่ยม?

  • หน้าโป กรามหนาขึ้น (บางคนเข้าใจผิดคิดว่าม้าเมืองไทยหน้าโปเป็นธรรมชาติ!)
  • เคี้ยวหญ้าแล้วคาย น้ำหนักลด
  • เดินตัวตึงๆ ก้าวสั้นๆ เนื่องจากมีความผิดปกติของกระดูก แต่พอเจ้าของเห็นว่าม้าเดินไม่ดี ก็จะฉีดยาแก้ปวด(กันตึง) ท่าเดียว
  • กระดูกหักง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดนม้าอื่นเตะนิดเดียวขาหักได้ ล้มนอนแรงเกินไปซี่โครงหักลุกไม่ขึ้น วิ่งออกจากคอกชนขอบประตูสะโพกหัก เป็นต้น

 

เราควรให้แร่ธาตุอย่างไร?

โดยทั่วไปการให้แร่ธาตุต้องให้มากตามลำดับอายุดังนี้

  • แม่ม้า 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด เพราะเป็นช่วงที่ลูกในท้องกำลังเจริญเร็วที่สุด
  • ลูกม้าตั้งแต่คลอดจนถึงปีแรกของชีวิต
  • ลูกม้า 1-2 ปี
  • แม่ม้าเตรียมผสมและท้อง
  • ม้าใช้งาน

 

14

วันนี้ให้น้ำม้าแล้วหรือยัง?

อย่าลืมให้น้ำม้าด้วย

น้ำเป็นส่วนสำคัญและจำเป็นในการย่อยอาหารของม้า การขาดน้ำนอกจากจะทำให้ม้าย่อยอาหารได้ไม่ดี ยังก่อให้เกิดปัญหาการเสียดท้องจากการอุดตันของลำไส้ได้โดยง่าย ดังนั้นอย่าให้น้ำม้าเป็นเวลา ....ต้องให้ม้ามีน้ำสะอาด กินได้ตลอดทั้งวัน

  • ม้าใหญ่ (400-500 กก.) ต้องการน้ำ ไม่น้อยกว่า 25ลิตร/วัน หากใช้งานจะต้องเพิ่มอีก 15 ลิตร ต่อทุกชั่วโมงที่ใช้งาน
  • ม้าเล็ก (200-250 กก.) ต้องการน้ำ ไม่น้อยกว่า 15ลิตร/วัน หากใช้งานจะต้องเพิ่มอีก 9 ลิตรต่อทุกชั่วโมงที่ใช้งาน

 

 

15แม่ม้าเป็นสัตว์พิเศษ

แม่ม้ามีความต้องการพิเศษทั้งในแง่ของการใช้พลังงาน ปริมาณน้ำ และแร่ธาตุ ที่จำเป็นในการผลิตลูกในท้อง โดยเฉพาะ 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งท้อง และตลอดระยะเวลาของการให้นม

  • แม่ม้าตั้งท้องและให้นม ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 20-25%
  • แม่ม้าในช่วงให้นมลูกต้องการ น้ำเพิ่มข้น 50-80%
  • แม่ม้าต้องการแร่ธาตุที่สำคัญ คือ แคลเซียมและทองแดงเพิ่มขึ้นเพื่อการสร้างโครงสร้างกระดูกและเอ็นแก่ลูก

 

หลักการให้อาหารม้า

  • ให้อาหารหยาบ เช่นหญ้า หญ้าแห้ง หรือฟางเป็นหลักตลอดเวลา
  • ถ้าให้อาหารข้น ให้มื้อละน้อยๆ วันละ 3-4 เวลา
  • มีน้ำสะอาดให้ม้าตลอดเวลา
  • เสริมเกลือ หรือเกลือแร่ในอาหาร
  • เสริมแร่ธาตุ โดยเฉพาะ แคลเซี่ยมในอาหารเสมอ
  • ให้อาหารเป็นเวลา
  • ให้อาหารข้น ไม่ต่ำกว่า 1- 1.5 ชม ก่อน และหลังใช้งาน โดยให้น้ำ และอาหารหยาบก่อนอาหารข้นเสมอ
  • ถ้าจะเปลี่ยนอาหาร ให้เปลี่ยนช้าๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 2 อาทิตย์ในการเปลี่ยน
  • ถ้าม้าต้องการพลังงานเพิ่ม (เช่น ม้าผอมลง) ไม่ควรเพิ่มปริมาณอาหาร ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อจัดไขมัน หรือโปรตีนบางชนิด ในการเพิ่มพลังงานแทน

หมายเหตุ: ควรให้สัตวแพทย์ คำนวณสูตรอาหารที่เหมาะสมชัดเจนในแต่ละช่วงอายุ

สิ่งที่ไม่ควรให้ม้ากิน แต่คนชอบให้กินบ่อยๆ 

  • อาหารจำพวกแป้งที่ขาดเยื่อใย เช่นขนมปัง ข้าวสุก ปลายข้าว ข้าวโพดกระป๋อง ถั่วกระป๋อง
  • ขนมนานาชนิดที่เด็กชอบเอามาเลี้ยงม้า
  • อาหารวัว อาหารหมู อาหารสุนัข
  • หญ้าหมัก หญ้าแห้งหรือฟางที่มีเชื้อรา หญ้าระบัด เป็นต้น

 และถึงแม้ว่าจะเป็นลิ่งที่ม้ากินได้ เช่น อาหารเม็ดของม้า ก็ห้ามให้กินเกินปริมาณที่กำหนด